RSS

การเดินทางของ Windows (จากอดีต…ปัจจุบัน…สู่อนาคต)

windows versions

windows 1.0 windows 2.0 windows 3.0 windows 95 windows 98 windows MEwindows NT

ครั้งแรกของ Windows ต้องย้อนกลับไปเกือบ 30 ปีที่แล้ว ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1985  Microsoft Windows version 1.0 ได้ถือกำเนิดขึ้น แต่มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ไม่ได้รับความนิยม จากนั้นอีก 2 ปี ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1987 จึงออก Microsoft Windows version 2.0 จึงค่อยๆ ได้รับความนิยมขึ้นจากเดิม

มกราคม 1988, Windows 2.03 มีการเปลี่ยนระบบปฏิบัติการ จากแสดงหน้าต่างเดียว มาเป็นหน้าต่างวางซ้อนกัน จนทำให้ Apple Computer ต่อต้าน Microsoft ที่มีลักษณะการแสดงหน้าต่างเหมือนกับหน้าต่าง Apple (จริงๆ แล้ว มีช่วงหนึ่งที่ Microsoft เขียนโปรแกรมให้กับคอมพิวเตอร์ของ Apple ด้วย!) ต่อมา Microsoft Windows version 3.0 ก็เกิดขึ้นในปี 1990 และเป็นครั้งแรกที่ไมโครซอฟท์ประสบความสำเร็จด้านยอดขายถึง 2,000,000 copy ภายใน 6 เดือน โดยได้เพิ่ม Feature User Interface และความสามารถด้าน Multitask ในเดือนสิงหาคม 1995 ไมโครซอฟท์ได้เปิดตัว Windows 95 ที่ได้เปลี่ยน User Interface ใหม่

กรกฎาคม 1993 ไมโครซอฟท์ได้ประกาศเปิดตัว Microsoft Windows NT ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ใช้งานระดับมือโปร ต่อมา มิถุนายน 1998 ก็ได้กำเนิด Microsoft Windows 98 แต่ค่อนข้างมีปัญหาพื้นฐานจนต้องปล่อย Service Pack (Windows 98 SE) ในปี 1999

ในส่วนของผู้ใช้ระดับมือโปร ไมโครซอฟท์ได้เปิดตัว Windows 2000 ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2000 ทางฝั่งผู้ใช้งานตามบ้านที่ใช้ Windows 98 ก็ให้ไปใช้ Windows ME (Windows Millennium Edition) ซึ่งเปิดตัวในเดือนกันยายน ปี 2000 ใน Windows ME ได้เพิ่มเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้ชื่อว่า Universal Plug and Play พร้อมกับการทำงานที่ลงตัวและมีความเสถียร

ตุลาคม 2001 ไมโครซอฟท์เปิดตัว Windows XP ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นต่อยอด Windows NT Kernel โดยเข้ามาแทน OS ตัวเดิมอย่าง Windows 95 ได้ประสบความสำเร็จ มีให้เลือก 2 Edition คือ Home และ Professional โดยใน Professional Edition จะมีระบบความปลอดภัยและการเชื่อต่อเน็ตเวิร์คที่ดีกว่า

เมษายน 2003 เป็นการเริ่มต้น Windows Server 2003 ซึ่งจะเข้ามาแทนที่ Windows 2000 โดยเน้น Feature ด้านการรักษาความปลอดภัย และธันวาคม 2005 Windows Server 2003 R2 ก็ได้คอลดออกมา

และในปี 2007 ระบบปฏิบัติการตัวใหม่ที่วางออกจำหน่ายคือ Windows Vistaช่วงปลายปี 2009 ไมโครซอฟท์ได้ออกระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นล่าสุด คือ Windows 7 ที่ได้ปรับแต่งและบริหารจัดการเป็นอย่างดี พร้อมการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า Windows Vista

และในปี 2011 จนถึงปัจจุบัน ไมโครซอฟท์กำลังพัฒนาระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นล่าสุด Windows 8 ซึ่งจะรองรับการทำงานที่หลากหลายของอุปกรณ์ต่างๆ

windows 2000 windows 2003 windows XP

windows Vista

windows 7

windows 8

Credit : http://www.comneer.com/?p=429

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน เมษายน 27, 2012 in คอมพิวเตอร์

 

ป้ายกำกับ:

The New iPad (iPad 3)

The New iPad

summary

คะแนน : 9/10

ข้อดี : หน้าจอแสดงผลได้งดงามจนคุณต้องทึ่ง ความเร็ว 3G สูงมาก และรองรับ 4G แอพพลิเคชั่นเจ๋งที่สุด เหนือกว่าแท็ปเล็ตทุกรุ่น

ข้อเสีย : ไม่มีระบบตั้งค่ากล้อง ตรวจสอบการใช้ 4G ยากนิดหน่อย แอพบางตัวทำให้เครื่องทำงานหนักได้

ข้อแนะนำ : ด้วยหน้าจอความละเอียดสูงสุด และแอพพลิเคชั่นที่มีให้เลือกใช้ไม่มีวันหมด the new iPad จึงเป็นแท็ปเล็ตที่ดีที่สุดในตอนนี้!

ราคา : $499 – $829 (ราคาเปิดตัวที่สหรัฐฯ)

specification

  • CPU : Apple A5X Dual-Core
  • Processor Speed : 1 GHz
  • Operating System : Apple iOS
  • Screen Resolution : 2048 x 1536 pixels
  • Screen Size : 9.7 inches
  • Battery Type Supported : Rechargeable
  • Storage Capacity : 16 GB
  • Dimensions : (24 x 18.5 x 0.95 cm) 9.5 x 7.31 x 0.37 inches
  • Weight : 0.65 kg (1.46 lb)
  • Networking Options : 802.11b, 802.11g, 802.11n, 4G
  • Service Provider : Verizon Wireless
  • Email Access : Dedicated email app
  • Web Browser : Yes
  • Flash support : No
  • GPS : Yes
  • Camera(s) : 1 front-facing and 1 rear-facing
  • Video Chat : Yes
  • Music Playback Formats : AAC, Apple Lossless, MP3
  • Photo Formats : BMP, JPEG, PNG, GIF
  • Video Formats : MPEG4, QuickTime

review

The New iPadยัง คงเป็นแท็ปเล็ตที่หน้าจอใหญ่ที่สุดในตลาด สำหรับ The new iPad, iPad รุ่นที่ 3 ของ Apple ที่จะมอบช่วงเวลาที่ประเมินค่าไม่ได้ จากแอพพลิเคชั่นอันแสนวิเศษและหน้าจอที่งดงามอย่างแม้จริง หน้าจอความละเอียดสูง และ 4G ที่เร็วสุดๆ เป็นสิ่งที่ทำให้ The new iPad แตกต่างจาก iPad 2 อย่างเห็ได้ชัด รวมไปถึงกล้องที่ถูกพัฒนาขึ้นใหม่และระบบ Dictation (เขียนตามคำบอก) เหตุผลสำคัญที่สุดที่แนะนำ The New iPad ไม่ใช่เพราะ Hardware แต่เป็นเพราะ Software และก็ไม่ใช้ Software หรือ iOS 5.1 ของ Apple ด้วย แต่หมายถึงแอพพลิเคชั่นจากนักพัฒนาค่ายต่างๆ ที่ช่วยสรรค์สร้างให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีกว่าที่ Tablet รุ่นอื่นๆ ให้ไม่ได้

ราคาและคุณสมบัติ

The new iPad มีให้เลือกถึง 6 แบบ ตามความสามารถของมัน ความจุ 16, 32 และ 64GB และรูปแบบการเชื่อมต่อ Wi-Fi (only) ($499, $599, และ $699) และ Wi-Fi + 4G ($629, $729, และ $829) ถ้าต้องการที่จะเก็บภาพยนตร์หรือเพลงไว้ในแท็ปเล็ต แนะนำให้ซื้อรุ่นที่มีความจุ 32 GB ขึ้นไป ส่วน 4G นั้นคงต้องรอให้ประเทศไทยรองรับระบบนี้ก่อนแล้วค่อยว่ากัน

รูปร่างหน้าตาของ The new iPad คล้าย iPad 2 ที่มีแค่ 2 สี คือ ขาว และ ดำ, ลักษณะการโค้งมน และมีปุ่ม Home เพียงปุ่มเดียว แบตเตอรี่ก็ยังคงถูกปิดผนึกไว้ในตัวเครื่อง ไม่มี port ใดๆ นอกจาก MicroSIM slot, headphone jack และ Apple 30-pin dock connector

ถ้าลองสังเกตกันอย่างจริงๆ จังๆ The new iPad มีขนาด 18.5 x 24 x 0.95 ซม. และหนัก 660 กรัม (0.66 กก.) ซึ่งถือว่าหนากว่าและหนักกว่า iPad 2 แต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งถ้าลองเอาทั้ง 2 รุ่นมาถือพร้อมๆ เราก็ไม่รู้หรอกว่ามันต่างกัน น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นนั้นมาจากแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้น แม้ว่า iPad จะบอกว่าแบตเตอรี่นั้นเหมือนรุ่นก่อนๆ แต่การใช้ 4G และหน้าจอแบบคมชัดก็ทำให้สิ้นเปลืองแบตเตอรี่มากเหมือนกัน

หน้าจอแสดงผล Retina ความละเอียด 2,048 x 1,536-pixel สวยงามมากๆ สีสันสดใสกว่ารุ่นก่อนๆ แต่มันก็ยังสะท้อนแสงนิดหน่อย และจะก่อปัญหาเล็กน้อยเวลาใช้งานนอกสถานที่ แต่ด้วยความละเอียด 264 pixels ต่อ 1 นิ้ว (104 pixels ต่อ 1 ซม.) The new iPad จึงเป็น Tablet ที่มีความละเอียดสูงที่สุด

The New iPadเมื่อ ลองนำ iPad 2 มาเปรียบเทียบกับ The new iPad แล้วจะพบการแสดงผลต่างกันมาก The new iPad ดูสมจริงกว่า และแสดงผลได้ทั้งหมด ไม่ว่ามันจะเล็กแค่ไหน เส้นทแยงมุมก็เรียบเนียน pixels ไม่แตก ซึ่งก็จะช่วยให้ตัวหนังสือคมชัดกว่าด้วย

การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต

The new iPad มีความเร็ว 4G สูงถึง 42 Mbps, Wi-Fi 802.11 b/g/n, Bluetooth 4.0 ที่นอกจากจะช่วยให้ใช้อุปกรณ์ไร้สายได้แล้ว ยังเป็นตัว sensor สำหรับระบุ GPS ได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย

การเชื่อมต่ออินเตอร์ของ iPad จะเร็วมากๆ ในสถานที่ที่มีสัญญานสูง และจะช้าลงนิดหน่อย ในสถานที่ที่มีสัญญานต่ำ โดยเฉลี่ยแล้วความเร็วของ iPad อยู่ที่ 10-11 Mbps (ทดสอบในสหรัฐฯ)

สำหรับใครที่ไม่ได้ใช้โปร Unlimited การตรวจสอบปริมาณข้อมูล 3G/4G เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะนั่นหมายถึงค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น แต่การจะตรวจสอบการใช้งานใน The new iPad ดูเหมือนจะยุ่งยากไปสักหน่อย เพราะมันถูกฝังอยู่ใน Settings > General > Usage > Cellular Usage ที่อยู่ลึกไปหน่อย แต่เราก็ยังมีตัวช่วยอย่าง Data Usage แอพพลิเคชั่นที่ช่วยตรวจสอบปริมาณการใช้ได้อย่างง่ายดาย

The New iPadการประมวลผลและแบตเตอรี่

The new iPad มาพร้อมกับ A5X processor, dual-core Cortex-A9, 1 GHz ซึ่งเป็น CPU ตัวเดียวกับ iPad รุ่นก่อนๆ แต่ GPU ได้ถูกพัฒนาให้ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อน เพื่อรองรับหน้าจอที่มีความละเอียดมากขึ้น แต่โดยรวมแล้วการประมวลผลก็ใกล้เคียงกับ iPad 2

GPU ตัวใหม่มีศักยภาพขึ้นกว่า iPad 2 ถึง 4 เท่า! แต่ถ้าจำกันได้หน้าจอของ The new iPad ก็มีความละเอียดมากกว่า iPad 2 ถึง 4 เท่าเช่นกัน นั่นหมายความว่าความสามารถที่เพิ่มขึ้นก็เพื่อมาชดเชยความละเอียดหน้าจอที่ เพิ่มขึ้น แต่จากการทดสอบกลับพบว่า iPad 2 แสดงภาพเคลื่อนไหวได้สูงสุด 28 fps (frames per second) แต่ The new iPad กลับแสดงได้มากกว่าถึง 50%

ด้วยศักยภาพดังกล่าว ทำให้การแสดงผลเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว Zoom และ Scroll ก็ Smooth กว่าเดิมด้วย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมเราจึงรู้สึกว่า iPad ทำงานเร็วกว่า Android ทั้งๆ ที่ความสามารถของ CPU ก็พอๆ กัน

แต่ก็ใช่ว่า The new iPad จะไม่มีปัญหา เพราะ Application รุ่นเก่าหลายตัวโดยเฉพาะเกมส์ ยังไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับ A5X, processor ตัวใหม่ และ Retina-display ซึ่งมีความละเอียดมากกว่ารุ่นเก่าถึง 4 เท่า เวลาเล่นจึงอาจติดๆ ขัดๆ ไปบ้าง เวลาซูม หมุน เอียง หรือการแสดงผลที่ซับซ้อน

Apple บอกว่า แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นานถึง 10 ชั่วโมง สำหรับการใช้งาน Wi-Fi และ 9 ชั่วโมง สำหรับ 4G ซึ่งถือว่าดีมากสำหรับ Tablet ที่มีหน้าจอขนาดใหญ่ แต่จากการทดสอบพบว่า แบตเตอรี่จะอยู่ได้นานแค่ไหนขึ้นอยู่กับความสว่างของหน้าจอ (Screen Brightness) ซึ่งแบตเตอรี่จะอยู่ได้แค่ 5 ชั่วโมง 33 นาที เมื่อเล่นวิดีโอด้วยความสว่างสูงสุด แต่กลับอยู่ได้ถึง 10 ชั่วโมง 54 นาที เมื่อตั้งค่าความสว่างลดลงครึ่งหนึ่ง (50%) เกือบลืมบอกไปว่าแบตเตอรี่ใช้เวลาชาร์จ 7 ชั่วโมง เมื่อแบตเตอรี่หมดเกลี้ยง (เหลือ 0%)

The New iPadระบบปฏิบัติการและแอพพลิเคชั่น

The new iPad ก็เหมือน iPad รุ่นเก่า ที่ใช้ iOS 5.1 เหมือนกัน แต่แอพพลิเคชั่น Retina-display-optimized ทำให้ตัวอักษรและกราฟฟิคสมจริงกว่ารุ่นก่อน ซึ่งทำให้การเล่นเกมอย่าง Angry bird ดูสมจริงกว่า และการอ่าน e-book ก็สมจริงกว่า เรียกได้ว่าถ้าไม่ใช้ Retina-optimized, The new iPad ก็แทบไม่ต่างอะไรจาก iPad 2 เลย

นอกจาก Retina-display-optimized จะทำให้บางแอพดู smooth และ improve ขึ้นแล้ว แต่มันก็ยังทำให้บางแอพติดๆ ขัดๆ ค้างๆ ด้วย เพราะยังเข้าไม่ได้กับ Retina-display แบบใหม่ แต่อย่าลืมว่า The new iPad เพิ่งเปิดตัวมาไม่ถึงเดือน ดังนั้นอดทนรออีกหน่อย อีกไม่นาน App Developers ก็จะปรับปรุงแอพเหล่านั้นให้เข้ากับความสามารถที่เพิ่มขึ้นในอีกไม่ช้า

มี 2 อย่างที่ต่างกันระหว่าง iPad และ iPhone คือ คุณไม่สามารถส่ง SMS ได้จาก Messages app และ ไม่มี Siri แต่ iPad จะมี Dictation mode ซึ่งอยู่ที่ on-screen keyboard มันเป็นการเขียนตามคำบอก และทำได้ดีแม้ในสถานที่ที่มีเสียงรบกวน (แต่ก็ต้องไม่ดังจนเกินไป)

The New iPadกล้องและมัลติมิเดีย

กล้องหลังของ The new iPad ถูกเพิ่มศักยภาพมากกว่ารุ่นก่อนมาก มีความละเอียดถึง 5 ล้านพิกเซล ในสถานที่ที่มีแสงต่ำ ภาพก็ยังคมชดอยู่ (เบลอน้อยมาก) และ Autofocus ได้อย่างรวดเร็ว แต่ iPad ไม่มีแฟลชเหมือนกล้องทั่วไป ส่วนกล้องหลังเป็นกล้อง VGA แต่ก็ยังสว่างและคมชัดในสถานที่ที่มีแสงน้อย

และตอนนี้กล้องวิดีโอก็สามารถบันทึกภาพคมชัดระดับ full HD 1080p ได้แล้ว แต่คุณไม่สามารถปรับความละเอียดได้เลย กล่าวคือ The new iPad สามารถบันทึก Video ได้ที่ 1080p เท่านั้น ซึ่งไฟล์มันใหญ่มากและอาจทำให้หน่วยความจำเต็มเร็วขึ้น แม้ว่า iPad จะแปลงไฟล์ให้มีขนาดเล็กลงเวลาส่ง message หรือ e-mail แต่ก็ไม่มีหนทางไหนที่จะทำให้ไฟล์ที่ถูกบันทึกลงในเครื่องเล็กลงได้ คลิปที่ได้ชัดเจนทั้งในและนอกอาคาร บันทึกที่ 30 frames per second

iPad มี media player ที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว จึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดในส่วนนี้ หน้าจอแบบใหม่ทำให้คุณชมวิดีโอ full HD 1080p ได้โดยไม่ต้องปรับลดขนาดและก็ดูงดงามสมจริงขึ้นด้วย นอกจากนี้คุณก็ยังสามารถส่งผ่านวิดีโอ 1080p ไปแสดงบนจอ TV ได้ แต่ต้องใช้ HDMI adapter หรือ Wi-Fi

การใช้ iPad กับจอขนาดใหญ่ จะทำให้ processor ทำงานหนักขึ้น แม้ว่าภาพจะสวยคมชัด แต่อาจจะมีปัญหากับ frame-rate, zooming, scrolling, etc. ซึ่งก็จะทำให้ความสนุกลดลงไปด้วย

The New iPadสรุป

ถ้าคุณอยากได้ Tablet จอใหญ่ๆ The new iPad เป็นผลิตภัณฑ์ที่คุณต้องซื้อ รวมถึงคนที่จ้องๆ มองๆ iPad 2 มาได้สัก 2-3 ปีแล้วด้วย ด้วยภาพคมชัดและเรียบเนียนเป็นพิเศษบนหน้าจอ Retina รุ่นใหม่ จะเป็นสิ่งที่มอบประสบการณ์ที่แตกต่างอันมีค่าให้แก่คุณ

แต่ถ้าคุณเป็นเจ้าของ iPad 2 อยู่แล้ว (สำหรับมนุษย์เงินเดือนทั้งหลาย) การซื้อใหม่ในทันทีก็คงจะไม่คุ้มค่าเท่าไรนัก The new iPad มีราคาแพงกว่า iPad 2 $100 (ราคาในสหรัฐฯ ในไทยน่าจะประมาณ 5,000 บาท) แม้ว่าคุณจะเอาเครื่องเก่าไปเทิร์น แต่คุณก็ต้องจ่ายเพิ่มเป็นหลักหมื่นอยู่ดี ดังนั้นอดทนรออีกหน่อยสัก 1 ปี

และสุดท้ายนี้ขอให้ The new iPad เข้ามาในไทยเร็วๆ ไวๆ นะครับ สาธุ!!!

Credit : http://www.comneer.com/?p=389

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน เมษายน 26, 2012 in รีวิว

 

ป้ายกำกับ: , , , , , ,

Lenovo IdeaPad Y570

Lenovo IdeaPad Y570

summary

คะแนน : 7/10

ข้อดี : เหมาะสำหรับการเล่นเกมส์, คีย์บอร์ดชั้นเยี่ยม, USB 3.0 port 2 ช่อง, ระบบเสียงสุดยอด, แบตเตอรี่อยู่ได้นาน

ข้อเสีย : หนาและหนัก ดีไซน์ไม่ทันสมัย ความละเอียดหน้าจอน้อยเกินไป

ข้อแนะนำ : แม้ว่าดีไซน์จะเดิมๆ แต่ Lenovo IdeaPad Y570 ก็มีประสิทธิภาพสูง และเหมาะสำหรับผู้ที่คุ้นเคยกับเดสก์ท็อป

ราคา : 30,990 – 36,990 บาท (ราคา ณ วันที่ 24 มี.ค. 55)

specification

  • Type : Gaming, General Purpose, Media, Desktop Replacement
  • Processor Name : Intel Core i5-2410M / Intel Core i7-2670QM / Intel Core i7-2630QM*
  • Processor Speed : 2.3 GHz / 2.2 GHz / 2.0 GHz*
  • Operating System : Microsoft Windows 7 Home Premium
  • RAM : 4 GB / 8 GB*
  • Weight : 2.72 kg (6 lb)
  • Lenovo IdeaPad Y570Screen Size : 15.6 inches
  • Screen Size Type : Widescreen
  • Native Resolution : 1366 x 768
  • Graphics Card : nVidia GeForce GT 555M
  • Graphics Memory : 1 GB / 2 GB*
  • 2nd Graphics Card : Intel HD Graphics 3000
  • 2nd Graphics Memory : 64 MB
  • Storage Capacity : 500 GB / 750 GB*
  • Rotation Speed : 5400 rpm
  • Networking Options : 802.11n
  • Primary Optical Drive : DVD+R DL
  • Battery Type : 62 Whr (Watt hours)
  • Battery Life (hrs:min) : 6:14

* ขึ้นอยู่กับแต่ละรุ่น

review

Lenovo IdeaPad Y570ถ้า เราตัดสินโน้ตบุ๊คที่รูปร่างหน้าตาเพียงอย่างเดียว Lenovo IdeaPad Y570 ก็คงตกอันดับไปอย่างแน่นอน ด้วยขนาดที่ดูเทอะทะ สีดำทึมๆ และการออกแบบที่ไม่ดึงดูดชวนลิ้มลอง แม้ว่ารูปร่างภายนอกจะดูน่าเกลียด แต่มันก็รวมเอา 2 เทคโนโลยีสุดยอดจาก Intel Core i5 processor และ Switching Graphics Technology (ช่วยทำให้ประหยัดแบตเตอรี่)  จาก Nvidia’s GeForce GT 520M Graphics Chip เข้าไว้ด้วยกัน เรียกได้ว่าเป็นยักษ์ใหญ่ที่ทำในสิ่งที่ใหญ่ๆ ได้จริงๆ

การออกแบบ

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คุณภาพของวัตถุดิบ เพราะ Lenovo IdeaPad Y570 ถูกหุ้มด้วฝาอลูมิเนียมที่ลวดลายเป็นจุดๆ ต่อกันเป็นรูปคล้ายๆ เขาวงกต แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าฝาอลูมิเนียมที่หุ้มตัวเครื่องไว้อีกชั้น มันดูไม่เหมือนว่าจะทำจากอลูมิเนียมเลย เพราะฝาอลูมิเนียมนั้นถูกทาด้วยสีดำ ซึ่งต่างกับ Dell XPS 15z หรือ Apple MacBook Pro 15-inch ที่เลือกใช้สีเดิมๆ ของอลูมิเนียม ทำให้แค่เห็นก็รู้ว่าทำมาจากอลูมิเนียมแล้ว แม้แต่ Samsung RV520-W01 ที่ฝาทำด้วยพลาสติก แต่เมื่อทาสีเทาแล้วก็ทำให้ดูเหมือนว่ามันทำมาจากอลูมิเนียม มาดูที่เรื่องขนาดกันบ้าง IdeaPad Y570 (3.12 cm / 1.25 นิ้ว) หนากว่าทั้ง XPS 15z (2.5 cm / 1 นิ้ว) และ MacBook Pro 15-inch (2.5 cm / 1 นิ้ว) ซึ่งก็ส่งผลไปยังน้ำหนักด้วยของ Y570 เองด้วย (2.7 kg / 6 lb) ซึ่งก็หนักกวาทั้ง XPS 15z (2.48 kg / 5.5 lb) และ RV520-W01 (2.43 kg / 5.4 lb)

Lenovo IdeaPad Y570คุณสมบัติพิเศษ

หน้าจอ wildscreen ขนาด 15.6 นิ้ว ให้ความรู้สึกเหมือนใช้เดสก์ท็อป แต่ Lenovo ก็ควรจะพัฒนาความละเอียดให้มากกว่านี้ (1,366 x 768) ถ้าจะแข่งขันกับ XPS 15z (1,920 x 1080) หรือ MacBook Pro 15-inch (1,440 x 900) แต่ IdeaPad Y570 ก็ยังคงความละเอียดระดับพื้นฐานที่ 720p อยู่ แม้ว่าหน้าจอจะไม่ดีเท่าที่ควร แต่คีย์บอร์ดนั้นทำได้ดีมาก ด้วยรูปแบบ chiclet แบบเดียวกับที่เราพบได้จาก MacBook Pro, HP Pavilion dv6-6153cl, RV520-W01 ฯลฯ แต่ Y570 ก็มีเรื่องให้เซอร์ไพรส์นิดหน่อย รูปแบบปุ่มแต่ละปุ่มบนคีย์บอร์ดได้ถูกออกแบบมาให้โค้งกว่าเดิม เพื่อให้พอดีกับรูปทรงนิ้วมือของเรา และตัวอักษรบนคีย์บอร์ดใช้สีขาวซึ่งตัดกับสีดำของพื้นหลังทำให้อ่านง่าย นอกจากนี้ Y570 ก็มีแถบตัวเลขอยู่ที่ด้านขวามือแบบคีย์บอร์ดของเดสก์ท็อปด้วย (เป็นประโยชน์สำหรับคนที่ต้องทำงานด้านตัวเลขเยอะๆ) ส่วน touchpad ก็ทำงานได้ดีมากๆ

Lenovo IdeaPad Y570คุณสมบัติ อื่นๆ ก็เหมือนๆ กับโน้ตบุ๊คราคา 30,000 กว่าๆ ที่จำหน่ายอยู่ทั่วๆ ไป DVD Optical Drive, USB 3.0 2 ช่อง จาก 4 ช่อง ซึ่งหมายความว่าคุณจะสามารถรับ-ส่งข้อมูลได้เร็วขึ้นกว่าแต่ก่อน Hard Drive 500 GB (5,400 rpm) ซึ่งคุณสามารถเก็บรูปภาพ วิดีโอ หรือไฟล์อื่นๆ ได้สบายๆ นอกจากนี้ก็ยังมี HDMI port, multimedia card reader ส่วนระบบเสียงก็เป็นที่น่าประทับใจ

ประสิทธิภาพ

IdeaPad Y570 จะไม่ใช่โน้ตบุ๊คที่สามารถใช้แทนเดสก์ท็อปได้ หากขาดระบบประมวลผลที่สามารถจัดการด้าน multimedia ได้หลายงานพร้อมๆ กัน Intel Core i5-2410M (2.3GHz), dual-core processor แม้ว่าจะทำงานสู้ quad-core processor อย่าง MacBook Pro 15-inch และ dv6-6153cl ไม่ได้ แต่ประสิทธิภาพที่ได้จากการทดสอบโดย Handbrake (1:59) และ Cinebench R11.5 (2.54) ก็พอๆ กับ Dell XPS 15z และคะแนน Photoshop ก็มากกว่านิดหน่อยด้วย

Lenovo IdeaPad Y570 perform

คลิก! ที่รูปเพื่อขยายขนาดภาพ

Lenovo IdeaPad Y570ถ้า คุณกำลังหาโน้ตบุ๊ตตัวใหม่สำหรับเล่นเกมส์แล้วละก็ Y570 จะทำให้คุณประทับใจได้อย่างแน่นอน ด้วยกราฟฟิคการ์ด Nvidia GeForce GT 555 และระบบอัตโนมัติที่จะกลับไปใช้ Intel HD Graphics 3000 เวลาที่ไม่ใช้กราฟฟิคหนักๆ ทำให้ประหยัดแบตเตอรี่และเล่นเกมส์ได้นานขึ้น เมื่อทดสอบประสิทธิภาพในการเล่นเกมส์ Crysis และ Lost Planet 2 แล้ว Y570 (62.8, 46.4 fps) เหนือกว่าทั้ง XPS 15z (52.3, 36.4 fps) และ 5830TG-6402 (32.5, 24.7 fps) แบตเตอรี่ของ Y570 อยู่ได้นานถึง 6 ชั่วโมง 14 นาที แต่ก็ถือว่าน้อยกว่าทั้ง XPS 15z (7:13) และ 5830TG-6402 (9:57)

Lenovo IdeaPad Y570 เป็นโน้ตบุ๊คประสิทธิภาพระดับเดสก์ท็อปของผู้ที่ต้องการผลการปฏิบัติงานอัน ยอดเยี่ยม ขุมพลังที่มาพร้อมกับ Intel Core i5 processor และกราฟฟิคการ์ดที่ดีที่สุดในราคาเดียวกัน ประสบการณ์ในการใช้งานที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ทำให้มันคุ้มค่า ความผิดเพียงอย่างเดียวของมันคือ ขาดการใส่ใจในรายละเอียดของการออกแบบและดีไซน์ โดยเฉพาะในเรื่องสีสัน น้ำหนัก และความหนา

Lenovo IdeaPad Y570Lenovo IdeaPad Y570

Credit : http://www.comneer.com/?p=368

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน เมษายน 25, 2012 in รีวิว

 

ป้ายกำกับ: , , , ,

Asus Zenbook UX21E-DH52

 

Asus Zenbook UX21E-DH52

summary

คะแนน : 7/10

ข้อดี : บางและเบามากๆ หน้าจอสว่างสดใส ตัวเครื่องและอุปกรณ์ดีไซน์ได้เก๋ไก๋ (มีซองใส่ตัวเครื่องและอุปกรณ์อย่างดี แถมมาในกล่องด้วย)

ข้อเสีย : คีย์บอร์ดแข็งไปหน่อย ตัวอักษรมองยากนิดหน่อย หน้าจอสะท้อนแสง ไม่มี memory-card slot ปุ่ม Power อยู่ผิดที่ผิดทาง

ข้อแนะนำ : เป็นลูกผสมระหว่าง Ultrabook กับ Ultraportable และถือเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของ MacBook Air 11-inch

ราคา : 35,900 บาท (ราคา ณ วันที่ 22 มี.ค. 55)

specification

  • Type : General Purpose, Ultraportable, Business, Consumer Ultra-Low Voltage, Ultrabook
  • Processor Name : Intel Core i5-2467M
  • Operating System : Microsoft Windows 7 Home Premium
  • Processor Speed : 1.6 GHz
  • RAM : 4 GB
  • Weight : 1 kg (2.3 lb)
  • Screen Size : 11.6 inches
  • Native Resolution : 1366 x 768
  • Graphics Card : Intel HD Graphics 3000
  • Storage Capacity : 128 GB
  • Rotation Speed : SSD
  • Networking Options : 802.11n
  • Battery Life (hrs:min) : 4:40

review

Asus Zenbook UX21E-DH52 Asus Zenbook UX21E-DH52 น้ำหนักเบา เพียง 1 กิโลกรัม, หน้าจอ 11.6 นิ้ว, Intel Core i5 processor, RAM 4GB, SSD 128 GB ด้วยประสิทธิภาพอันสูงส่งในเรือนร่างอันเบาบาง ทำให้ Zenbook UX21E-DH52 เป็นฝันร้ายของ Netbook หลายๆ รุ่นเลย แต่มันไม่เป็นฝันร้ายสำหรับผู้ใช้อย่างเราๆ แต่มันจะทำให้เราหลับฝันดีเลยทีเดียว

การแข่งขันกันในยุค Ultrabooks, Zenbook UX21E-DH52 ถือว่าหายใจรดต้นคอ MacBook Air 11-inch เลยทีเดียว ทั้งราคาและประสิทธิภาพก็พอๆ กัน ใช้อลูมิเนียมเป็นโครงสร้างเหมือนกัน ความละเอียดหน้าจอก็เท่ากัน จะต่างกันก็ตรงที่ Port USB 3.0 (ASUS) กับ Thunderbolt (Macbook), คีย์บอร์ดที่ใช้งานง่ายกว่าของ Macbook และ ความจุ SSD กับ RAM ของ ASUS ที่มากกว่า Macbook ถึง 2 เท่า (128GB/4GB vs 64GB/2GB)

Asus Zenbook UX21E-DH52งานดีไซน์

UX21E-DH52 ดูเหมือนว่าจะหดลงเล็กน้อย (19.5 x 29.7 x 1.8 cm) เมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊คขนาด 11.6 นิ้วรุ่นอื่นๆ ตัวเครื่องผลิตจากอลูมิเนียม มีลวดลายเหมือนใช้แปรงขัดในแนวตั้งบริเวณใต้เครื่องและที่วางฝ่ามือ และลวดลายที่เหมือนใช้แปรงขัดเป็นวงกลมบริเวณฝาเครื่อง ลองสังเกตที่โลโก้ Intel และ Windows ใต้คีย์บอร์ด ซึ่งเป็นรูปแบบขาวดำ ทำให้ UX21E-DH52 ดูโมเดิร์นและเรียบง่ายเหมือน Macbook Air นอกจากนี้ก็ยังดูแข็งแรงมาก ด้วยขอบมุมที่เป็นเหลี่ยมมากกว่าที่จะโค้งมน

นอกจากนี้อุปกรณ์เสริมอย่าง AC adapter ก็แสดงถึงความเป็นประติมากรรมสมัยใหม่ได้เป็นอย่างดี กล่องขนาดเล็กกะทัดรัด (5.7 x 5.7 x 2.5 cm) นอกจากนี้ในกล่องก็ยังมีซองใส่โน้คบุ๊คซึ่งทำจากไนลอนแถมมาให้ด้วย (รูปร่างเหมือนซองใส่เอกสารในออฟฟิศ ที่มีแถมแม่เหล็กไว้สำหรับปิด-เปิด)

Asus Zenbook UX21E-DH52ไอ คอนและตัวอักษรสำหรับจอ 11.6 นิ้วนั่นถือว่าเล็ก แต่ก็คมชัดพอทีจะอ่านออกได้ หน้าจอสะท้อนแสงมากเกินไป จนทำให้อาจมีปัญหาในการหนังสือบนจอ สีสันบนจอสดใสเป็นพิเศษ (ถ้าเราลดแสงลงครึ่งหนึ่งจะประหยัดแบตเตอรี่กว่า) แต่สีดำอาจจะดูออกเป็นสีเทาไปหน่อย

แป้นพิมพ์ไม่แคบจนเกินไป แต่เวลาพิมพ์จะรู้สึกแข็งและตื้นไปหน่อย คนที่พิมพ์ไวๆ จะรู้สึกว่าต้องออกแรงมากเวลากดปุ่มบนคีย์บอร์ด เมื่อเทียบกับคีย์บอร์ดแบบเดิมๆ ของเครื่องเดสก์ท็อป

เพื่อให้น่าสนใจมากขึ้น ปุ่ม Power จึงอยู่บนคีย์บอร์ดเหมือนปุ่มธรรมดา บนมุมขวาบนแถวๆ ปุ่ม Delete ที่เหมือนกันทั้งรูปร่างและขนาด แล้วถ้าเราพิมพ์งานหรือคีย์ข้อมูลอยู่ แล้วเผลอกดผิดปุ่มล่ะ! (แทบไม่อยากจะคิดเลยทีเดียว) อย่างไรก็ตาม เมื่อกดปุ่ม Power จะมี Pop-up ขึ้นมาให้เลือกว่าเราต้องการ sleep, shut down, hibernate หรือแค่กดผิดเฉยๆ

Touchpad ทำงานได้ดี แต่ก็ต้องอาศัยการฝึกใช้เล็กน้อย ส่วนปุ่มคลิกซ้าย-ขวาข้างล่างก็ไม่ส่งเสียงดังเวลาคลิก แม้จะต้องออกแรงกดนิดหน่อย

Asus Zenbook UX21E-DH52คุณสมบัติพิเศษ

ด้านซ้ายของ UX21E-DH52 มี mini-VGA, USB 2.0 ports และ headphone/microphone jack ส่วนด้านขวาก็มี micro-HDMI, USB 3.0 ports ASUS รองรับ VGA แต่ยังไม่รองรับ HDMI และรองรับ USB Ethernet (100Mbps ยังไม่ถึง 1Gbps) สำหรับคนที่อยาก LAN ในออฟฟิศ built-in 802.11n Wi-Fi ที่ทำงานได้ดีไม่มีปัญหา

Bluetooth ก็ทำงานได้ตามปกติ แต่ไม่มี Intel’s Wireless Display (WiDi) แล้วก็ AWOL สำหรับอ่าน memory card ของกล้องดิจิตอลหรือรับ-ส่งข้อมูล แต่ที่มี คือ “Asus Vibe Fun Center” สำหรับดาวน์โหลด e-book, audiobook และเกมส์ โปรแกรมหลักที่มีให้ คือ Microsoft Office Starter 2010, Windows Live apps และ Trend Micro Titanium Internet Security แต่ยังคงเป็นเวอร์ชั่นทดลอง

ลำโพงของ UX21E-DH52 ให้เสียงที่ดีกว่าที่คิดไว้ พัดลมระบายความร้อนไม่ส่งเสียงดัง ยกเว้นขณะที่เครื่องทำงานหนัก ที่จะส่งเสียงรบกวนออกมาบ้าง นอกจากนี้ก็ยังมีรับประกัน 1 ปี ประกอบด้วย ประกันอุบัติเหตุ, ของเหลวหกใส่, ทำหล่น, ไฟฟ้ากระชาก ยกเว้นในกรณีดังต่อไปนี้ ใช้ผิดวิธี, ใช้อย่างไม่ดูแลเอาใจใส่, การกระทำจากสงคราม, บำรุงรักษาไม่เหมาะสม


Asus Zenbook UX21E-DH52 ประสิทธิภาพ

UX21E-DH52 ประกอบด้วย Intel Core i5-2467M dual-core CPU 1.6 GHz, RAM 4 GB, SSD 128 GB ด้วยสเปคขั้นเทพดังกล่าว เราจึงเปรียบเทียบกับ ultrabooks รุ่นอื่นๆ (แม้ว่าบางตัวจะมีขนาด 13.3 นิ้ว) เพราะถ้าเปรียบเทียบกับ ultraportables รุ่นอื่นๆ (ซึ่งส่วนใหญ่เป็น netbooks ธรรมดาๆ) ก็จะโหดร้ายเกินไป อย่าง HP Pavilion dm1-3010nr (AMD E-350) ซึ่งมีคะแนน PCMark 7 เพียง 909 แต่คะแนนของ UX21E-DH52 สูงถึง 3,601 หรืออย่าง HP Pavilion dm1z ที่ใช้เวลาในการตกแต่งรูปบน Photoshop CS5 15 นาที แต่ UX21E-DH52 ใช้เวลาเพียง 5 นาที 27 วินาที

Asus Zenbook UX21E-DH52 performance

ประสิทธิภาพของ UX21E-DH52 ใกล้เคียงกับ HP Folio 13 (เรียกว่าเป็นพี่เป็นน้องกันได้เลย) การทำงานด้าน Multimedia อย่าง Photoshop (5:27 เท่ากัน), Handbrake (1.89 vs 1.93) และ Cinebench (2:30 vs 2:32) ใช้เวลาแทบจะเท่ากันเลย เมื่อเทียบกับ MacBook Air 11-inch ประสิทธิภาพก็เท่ากันหลายด้าน ยกเว้นด้านกราฟฟิคที่ MacBook Air เหนือกว่า คะแนน 3DMark06 4,557 vs 4,307 และเกมอย่าง Crysis(DX10) 18.3 vs 6.6

Asus Zenbook UX21E-DH52สำหรับ โน้ตบุ๊คเล็กๆ ที่ต้องมีแบตเตอรี่เล็ก (35Wh) UX21E-DH52 สามารถอยู่ได้ 4 ชั่วโมง 40 นาที ซึ่งมากกว่า Macbook Air 11-inch ที่มีแบตเตอรี่เท่ากัน ประมาณ 1 ชั่วโมง

มันยากที่จะจินตนาการถึงโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ที่เบากว่า งดงามกว่า และประสิทธิภาพใกล้เคียงเดสก์ท็อป นอกเสียจาก Asus Zenbook UX21E-DH52 แต่เมื่อลองมาพิจารณาโน้ตบุ๊คที่ราคาถูกกว่าอย่าง Toshiba Z835-P330 และ HP Folio 13 ที่มีหน้าจอ 13.3 นิ้ว ที่ประสิทธิภาพใกล้เคียงกัน และพกพาง่ายเหมือนกัน แต่ก็ใหญ่และหนักกว่า UX21E-DH52 หรืออย่าง Asus UX31-RSL8 ที่แพงกว่า UX21E-DH52 นิดหน่อย แต่อย่างไรก็ตาม Asus Zenbook UX21E-DH52 ถือเป็นสัญลักษณ์ของโน้ตบุ๊คขนาดเล็กกะทัดรัดที่ดูดีมีสไตล์ สเปคระดับเดสก์ท็อป ที่สามารถหาได้เพียงไม่กี่รุ่นในตอนนี้

Asus Zenbook UX21E-DH52 performance

คลิก! ที่รูปเพื่อขยายภาพ

Asus Zenbook UX21E-DH52 Asus Zenbook UX21E-DH52

Credit : http://www.comneer.com/?p=342

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน เมษายน 24, 2012 in รีวิว

 

ป้ายกำกับ: , , , , ,

Asus Eee Pad Transformer Prime

Asus Eee Pad Transformer Primesummary

คะแนน : 8/10

ข้อดี : เครื่องรันไวมาก เล่นเกมได้แจ่มมาก มีแป้นพิมพ์แยกมาต่างหากด้วย

ข้อเสีย : มีบัคนิดหน่อย และ Andriod 3.2 OS (Honeycomb) ยังมีแอพน้อยอยู่

ข้อแนะนำ : เครื่องนี้เป็น Tablet Andriod 3.2 (Honeycomb) ที่ดีที่สุดในตอนนี้ แต่แอพต่างๆ ก็ยังสู้ iPad ไม่ได้

ราคา : ในสหรัฐฯ 32GB = $499, 64GB = $599, keyboard = $149 | ในไทย 32GB = 20,900 บาท (ราคารวมคีย์บอร์ดแล้ว)

specification

CPU : nVidia Tegra 3 Quad-Core

Processor Speed : 1.4 GHz

Operating System : Google Android 3.0 or higher

Screen Resolution : 1280 x 800 pixels

Screen Size : 10.1 inches

Battery Life : 7-8 hours

Battery Type : Supported Rechargeable

Storage Capacity : 32 GB

Dimensions : 10.4 x 7.1 x 0.3 inches (26 x 18 x 0.75 cm)

Weight : 1.25 lb (0.56 kg)

Networking Options : 802.11b, 802.11g, 802.11n

Email Access : Dedicated email app

Web Browser : Yes

Flash support : Yes

GPS : No

Camera(s) : 1 front-facing and 1 rear-facing

Video Chat : Yes

Music Playback Formats : AAC, MP3, OGG, WAV, WMA

Photo Formats : BMP, JPEG, TIFF, PNG, GIF

Video Formats : AVI, DivX, MPEG4, WMV, QuickTime, H.264, XVid

review

Asus Eee Pad Transformer PrimeAsus Eee Pad Transformer Prime ดูเหมือนจะเป็น Tablet Android ชั้นเยี่ยมในตอนนี้ ด้วย quad-core 1.4GHz processor คีย์บอร์ดที่แยกต่างหาก รองรับ USB และเกมคอนโซล คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้มันเป็น Tablet Android ที่น่าสนใจสุดๆ แต่เพราะเป็น Android รุ่นใหม่ ก็เลยไม่ค่อยมีแอพให้เลือกมากนัก แม้ว่าจะมีแอพเจ๋งๆ อยู่บ้าง แต่การไม่มีแอพที่หลากหลายมากพอก็เลยทำให้ไม่ว่าใจว่า Transformer Prime จะเป็นตัวเลือกที่ดีหรือเปล่า?

รูปร่างหน้าตาและแบตเตอรี่

Asus Eee Pad Transformer Prime หนักประมาณ 500-600 กรัม ยาว 26 ซม. กว้าง 18 ซม. และหนาเพียง 7.5 มม. มีให้เลือก 2 สี คือ สีม่วงและสีเทา เชื่อมต่อสายชาร์จและคีย์บอร์ดที่ด้านล่าง MicroUSB และ MicroSD อยู่ที่ด้านซ้าย เชื่อมต่อหูฟังที่ด้านขวา และปุ่ม Power เปิด/ปิดเครื่องที่ด้านบน สามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 b/g/n และ Bluetooth (ยังไม่รองรับ 3G)

เมื่อลองเปิดเครื่องก็จะพบระบบปฏิบัติการ Android 3.2 (Honeycomb) ซึ่งมีรูปร่างหน้าตาที่เรียบง่ายและน่าสนใจ เมื่อลองปรับการแสดงผลแบบจัดหนัก (1280 x 800 pixels, extra-bright 600 nit mode) ก็พบว่าความคมชัดน้อยกว่า iPad 2 นิดหน่อย

Asus Eee Pad Transformer Primeแต่… คุณจะไม่คิดจะใช้ Transformer Prime คู่กับ Keyboard หรอ? คีย์บอร์ดนี้จะทำให้มันแปลงร่างเป็น Netbook! (และนี่คือที่มาของชื่อ Asus Eee Pad “Transformer” Prime นั่นเอง) คีย์บอร์ดมี 6 แถว ขนาด 94% จากมาตรฐาน มี trackpad ด้านล่าง แถวบนสุดของคีย์บอร์ดมีปุ่ม function และ menu ต่างๆ ที่ใช้บ่อยๆ ปุ่มกดที่ keyboard กดได้นุ่มนิ่มมากๆ แต่ปุ่มกดที่ trackpad แข็งมากๆ

เกือบลืมเรื่องที่สำคัญเกี่ยวกับคีย์บอร์ดไปเลย… เมื่อเสียบ Keyboard เข้าไป จะเป็นการเพิ่มแบตเตอรี่ด้วย กล่าวคือตัวคีย์บอร์ดเองก็ทำหน้าที่เป็นแบตเตอรี่สำรองด้วย นอกจากนี้ตัวคีย์บอร์ดก็มี USB port ทำให้สามารถ plug-in แฟลชไดรฟ์ ฮาร์ดไดรฟ์ หรือเกมคอนโทรลเลอร์ได้ด้วย

ต่อไปจะมาทดสอบความอึด (แบตเตอรี่) ของ Transformer Prime โดยการทดลองเราจะปรับความสว่างหน้าตาแบบ max, ความเร็วโพรเซสเซอร์ normal, และเล่นวิดีโอเรื่อยๆ จนกว่าแบตจะหมด ซึ่งได้ผลลัพธ์ที่สุดยอดมากที่ 7 ชม. 38 นาที ซึ่งใกล้เคียงกับ iPad 2 เลย

ถ้าลองปรับความสว่างจอที่ 50% และตั้งค่าทุกอย่างที่ balanced จะเล่นวิดีโอได้นานถึง 10 ชม. และถ้าต่อกับคีย์บอร์ดแล้ว ก็จะเพิ่มอีก 5-6 ชม. (เป็น 15-16 ชม.!) เรียกได้ว่า Transformer Prime เป็นอุปกรณ์ที่อยู่กับคุณได้ทั้งวันจริงๆ

Asus Eee Pad Transformer Primeการแสดงผล

Asus Eee Pad Transformer Prime เป็น Tablet ที่เร็วที่สุดตั้งแต่ทดสอบมา (ซึ่งนับรวม iPad 2 แล้ว) ความลับอยู่ที่ Nvidia’s five-core Tegra 3 chipset ซึ่งประกอบด้วย 4 core(s) ทำงานร่วมกันที่ความเร็วสูงถึง 1.4GHz (ต่อ 1 core) และอีก 1 core ที่เรียกว่า “companion core” ที่สดเดียว ทำงานคนเดียว เวลาว่างๆ ชิวๆ

Transformer Prime มีการแสดงผล 3 โหมดให้เลือกได้ที่ status bar, Power Saving mode ควมคุมการทำงานของ processer อยู่ที่ 0.6-1.0 GHz ขึ้นอยู่กับการใช้งาน ควบคุมการเล่นวิดีโอที่ 35 fps (frames per second) และความสดใสของหน้าจอจะลดลง ที่เป็นอย่างนี้ก็เพื่อประหยัดแบตเตอรี่, Balanced mode ควมคุมการทำงานของ processer อยู่ที่ 1.0-1.2 GHz และ Normal mode ซึ่งจะปลดทุกพันธนาการ สู่ความโหดถึง 1.4GHz (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการใช้งานด้วยนะ)

Asus Eee Pad Transformer PrimeTransformer Prime เป็น Tablet ที่น่าสนใจสำหรับเกมเมอร์เลยทีเดียว เกมแข่งเรืออย่าง Riptide GP ซึ่งมี effect ของน้ำเจ๊งกว่า iPad เสียอีก ส่วน Zen Pinball และ Big Top THD ก็อลังการ งดงาม การฟฟิคเยี่ยมยอด เมื่อเชื่อมต่อคีย์บอร์ดก็จะทำให้ได้อารมณ์เหมือนเล่นกับคอมพิวเตอร์ แม้ว่ามันจะบังคับให้เล่นแบบ Landscape ใครที่เคยมีประสบการณ์กับ PS3 (PlayStation 3) แล้วติดใจกับ Joystick ก็ไม่ต้องกลัวครับ เพราะ Transformer Prime มีช่องเสียบ USB ให้แล้ว ซึ่งการใช้ Joystick สามารถควบคุมได้ดีกว่าการสัมผัสหรือการเอียงเสียอีก! นอกจากนี้ก็ยังรองรับอุปกรณ์ Bluetooth บางตัวได้ด้วย

Photoshop Touch แอพใหม่จากค่าย Adobe ช่วยให้คุณสามารถปรับแต่งภาพได้มากกว่าแต่ก่อน มาพร้อมกับ Sketchbook Pro ของค่าย Autodesk ช่วยให้คุณวาดรูปได้แบบศิลปิน quad-core processor ทำให้โปรแกรมกราฟฟิคเหล่านี้ทำงานเร็วขึ้นกว่า dual-core processor 3-4 เท่าเลย

จากการทดสอบก็พบ bug นิดหน่อยด้วย Market app โหลดช้ามากมาย, บางครั้งก็เกิดข้อผิดพลาดบนเบราว์เซอร์, ในขณะที่พิมพ์ในโปรแกรม Office Suites บางครั้ง Cursor ก็ขยับไปมาโดยไม่ทราบสาเหตุ, ถ้าเชื่อมต่อ USB ก่อนเชื่อมต่อคีย์บอร์ด เครื่องจะหา USB ไม่เจอ สุดท้ายถ้าเล่นวิดีโอที่ไฟล์ใหญ่อาจ error ได้ ต้อง reboot เครื่องใหม่

มีจุดหนึ่งที่น่างงมาก คือ Asus Eee Pad Transformer Prime ใช้เวลาบู๊ตเครื่องนานกว่า Samsung Galaxy Tab 10.1 และ Apple iPad 2 ถึง 2 เท่า นั่นคือ Transformer Prime ใช้เวลาประมาณ 1 นาที ส่วน Galaxy Tab และ iPad 2 ใช้เวลาแค่ 30 วินาที

Asus Eee Pad Transformer Prime

แอพพลิเคชั่น

Asus Eee Pad Transformer Prime ใช้ระบบปฏิบัติการ Andriod 3.2 (Honeycomb) ซึ่งเหมือนกับ Tablet ส่วนใหญ่ในตอนนี้ และสามารถอัพเกรดเป็น Android 4.0 (Ice Cream Sandwich) ได้แล้ว มาพร้อมกับ Google apps และ Cloud storage 8GB จาก ASUS

ปัญหาคือการค้นหาแอพที่รองรับฮาร์ดแวร์ของ Transformer Prime นั่นยาก… ยากมากๆ แอพของ Google ส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาเพื่อทำงานได้ดีบนสมาร์ทโฟนขนาดเล็กๆ ราคาถูกๆ ซึ่งไม่ได้รองรับความสามารถของ quad-core tablet แต่ Nvidia ได้แก้ไขสถานการณ์ด้วย Tegra Zone – app store ฟรีๆ สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ Tegra 2 และ 3

สำหรับการทำงานในออฟฟิศ ก็พอมีทางเลือกอยู่บ้าง คือ DocumentsToGo และ OfficeSuite Pro ซึ่งทำงานได้ดีแต่เฉพาะงานพื้นๆ เท่านั้น (ลูกเล่นอาจไม่เหมือนใน laptops หรือ desktops) คีย์บอร์ดช่วยให้การทำงานสะดวกขึ้นมาก สามารถกด Shitf, Crtl+C (copy), Crtl+V (paste) เป็นต้น คุณสามารถอัพโหลดงานของคุณไปยังระบบออนไลน์ได้ แต่ไม่สามารถเชื่อมต่อ Printer โดยตรงได้

การทำงานหลายๆ หน้าต่างบน Android Interface (iOS ก็ด้วย) คงไม่ง่ายดายและรวดเร็วเหมือน Windows 7 ที่เพียงแค่คลิกๆ ก็ได้แล้ว ฮาร์ดแวร์ของ Transformer Prime รองรับการทำงานหลายๆ อย่างพร้อมกัน แต่ซอร์ฟแวร์นั่นตรงกันข้ามเลย

Asus Eee Pad Transformer Prime

มัลติมีเดีย

Asus Eee Pad Transformer Prime มีกล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล และกล้องหน้า 1 ล้านพิกเซล มีความจุ 32GB (เวลาใช้งานจริงจะเหลือแค่ 27GB) และ 64GB รองรับ memory card 64GB สามารถเชื่อต่อ USB drive รวมถึง hard drive ด้วย จึงสามารถรัน Windows จาก USB Port บนคีย์บอร์ดได้ด้วย

ภาพจากกล้อง 8 ล้านพิกเซล คมชัดเหมือนกล้องทั่วๆ ไป เมื่อถ่ายภาพกลางแจ้งท้องฟ้าจะจางๆ แต่จะเด่นที่จุดโฟกัส ในสถานที่ที่มีแสงน้อยก็ถ่านภาพได้ดี (ทั้งกล้องหน้าและหลัง) จนน่าประหลาดใจ

การถ่ายวิดีโอก็คมชัดและสมูทที่ 30 fps (frames per second), ความละเอียด 1080p กล้องหลัง และความละเอียดระดับ VGA (480p) สำหรับกล้องหน้า กล้องหลังจะใช้เวลาเล็กน้อยในการจับโฟกัส ส่วนกล้องหลัง frame rate จะเหลือแค่ 15 fps ในที่ที่มีแสงน้อย

Asus Eee Pad Transformer PrimeTransformer Prime สามารถเล่นไฟล์วิดีโอได้ทุกรูปแบบ ด้วยความคมชัดระดับ HD (1080p) ระบบเสียงก็สมบูรณ์แบบทั้งลำโพงและหูฟังทั้งแบบต่อสายและ Bluetooth และการแสดงผลที่จอ Samsung TV ระบบ HDMI ก็ไม่มีปัญหา การเล่นวิดีโอ HD ใน Youtube นั้นก็เยี่ยมยอด

สรุป

Asus Eee Pad Transformer Prime เป็น Tablet Android 10.1 นิ้ว ที่ดีกว่าทุกๆ รุ่น ทำงานได้เร็วสุดๆ มาพร้อมกับคีย์บอร์ดสุดพิเศษ ตอนนี้ผมเชื่อว่าหลายคนคงตั้งคำถามว่า “แล้วจะเลือกเจ้าเครื่องนี้ หรือ iPad หรือจะเป็น Netbook Windows 7 ดีล่ะ?”

สเปคของ Transformer Prime เหนือกว่าทั้ง iPad และ Netbook บางรุ่น มันเป็น Android 3.2 (Honeycomb) ที่ดีที่สุดในตอนนี้ แต่ก็ดูเหมือนว่า Honeycomb จะถ่วงความเจริญเสียมากกว่า Tegra Zone มี 25 เกมส์ แต่ iOS และ Windows 7 มีเป็นร้อยๆ QuickOffice นั่นเป็น Office Suites ที่ดี แต่เทียบไม่ได้กับ Microsoft Office

ดังนั้นถ้าคุณกำลังพิจารณา Transformer Prime โปรดแน่ใจว่ามันเป็นสิ่งที่คุณต้องการจริงๆ มันไม่เหมือนกับ iPad 2 เพราะแอพของมันมีเยอะมากๆ มีให้เลือกได้ไม่มีวันหมด แต่ถ้าคุณเป็นสาวก Andriod และต้องการฮาร์ดแวร์คุณภาพเยี่ยมสำหรับการท่องเว็บแฟลช เล่นเกมจาก Nvidia’s Tegra Zone หรือวาดภาพแต่งภาพใน PS touch และ Sketchbook แล้วละก็ Asus Eee Pad Transformer Prime เป็นประสบการณ์ที่เยี่ยมที่สุดที่คุณจะสามารถหาได้ในตอนนี้ ถ้าคุณกำลังจะเลือก Tablet เครื่องนี้ อยากให้คุณเข้าไปที่ market.android.com เสียก่อน และคุณต้องแน่ใจว่าแอพที่มีอยู่เพียงพอและเหมาะสมสำหรับคุณแล้ว

Credit : http://www.comneer.com/?p=200

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน เมษายน 23, 2012 in รีวิว

 

ป้ายกำกับ: , , , , , ,

ของเบาๆ อย่าง… ซอฟท์แวร์

ซอฟท์แวร์ (Software) คือ โปรแกรมที่ใช้สำหรับควบคุม หรือสั่งการให้คอมพิวเตอร์ทำงานตามที่เราต้องการ แบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

system softwareซอฟท์แวร์ระบบ (System Software) คือ โปรแกรมที่ใช้ควบคุมเครื่อง เช่น ระบบปฏิบัติการ (Operation System) ได้แก่ Windows XP, Windows Vista, Windows 7, Linux, DOS เป็นต้น รวมถึงโปรแกรมที่ใช้ควบคุมอุปกรณ์หรือ “ดีไวซ์ (Device)” ต่างๆ เช่น คีย์บอร์ด, เมาส์, โมเด็ม, พริ้นเตอร์ ที่เรียกว่า ดีไวซ์ไดรเวอร์ (Device Driver) หรือเรียกย่อๆ ว่า “Driver” ที่เราคุ้นหูกันนั่นเอง ซึ่งมักจะอยู่ใน CD ที่มาพร้อมกับอุปกรณ์ที่เราซื้อมานั่นเอง

application softwareซอฟท์แวร์ประยุกต์ (Application Software) คือ โปรแกรมที่ใช้ทำงานต่างๆ ให้กับเรา เช่น โปรแกรมสำนักงานอย่าง Microsoft Office 2003, 2007, 2010 โปรแกรมด้านกราฟฟิค เช่น Photoshop (แต่งภาพ), Dreamweaver (เขียนเว็บไซต์), AutoCAD (สร้างโมเดล 3 มิติ) รวมถึงโปรแกรมอรรถประโยชน์ (Utility) เช่น PowerDVD (เล่น CD/DVD), Winamp (ดูหนัง ฟังเพลง), Winzip (บีบอัดไฟล์), nero (เขียนแผ่นและจัดการไฟล์มัลติมิเดีย) เป็นต้น

Credit : http://www.comneer.com/?p=295

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน เมษายน 22, 2012 in คอมพิวเตอร์

 

ป้ายกำกับ: ,

แอพพลิเคชั่น

software

เมื่อมีระบบปฏิบัติการแล้วก็ต้องมีซอฟท์แวร์แอพพลิเคชั่นที่มารันบนระบบ ปฏิบัติการ เป็นโปรแกรมที่ทำงานต่างๆ ให้แก่เรา บางโปรแกรมก็ต้องซื้อ (Software License) บางโปรแกรมก็ใช้ได้ฟรี (Freeware) บางโปรแกรมก็ให้ทดลองใช้ 30 วัน (Shareware) เรามาดูกันว่าซอฟท์แวร์แอพพลิเคชั่นมีอะไรบ้าง

web broswerซอฟท์แวร์ด้านการติดต่อสื่อสาร ใช้สำหรับการติดต่อสื่อสารผ่านคอมพิวเตอร์ และบริการทางด้านอินเตอร์เน็ต ได้แก่

  • โปรแกรมอีเมล (electronic mail, e-mail) ใช้ส่งหรือรับข่าวสารพร้อมแนบไฟล์ให้กับเพื่อนหรือผู้รับปลายทาง สามารถใช้งานในองค์กร หรือส่งผ่านอินเตอร์เน็ต ทาง Simple Mail Transfer Protocol (SMTP) ตัวอย่างโปรแกรม เช่น Microsoft Outlook, Outlook Express เป็นต้น
  • โปรแกรมเว็บบราวเซอร์ (Web Browser) ใช้แสดงภาพ ข้อความ และข้อมูลอื่นๆ บนเว็บเพจบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ตัวอย่างโปรแกรม เช่น Internet Explorer, Mozilla Firefox, Opera, Google Chrome เป็นต้น

Adobe-CS3-Iconซอฟท์แวร์ด้านมัลติมีเดีย เป็นโปรแกรมที่เน้นด้านบันเทิงเป็นหลัก อย่างเช่นโปรแกรมทางด้านกราฟฟิค, เสียง, วิดีโอ เป็นต้น

  • โปรแกรมเล่นไฟล์มัลติมีเดีย (Media Player) ใช้เล่นไฟล์มีเดียต่างๆ ทุกรูปแบบ ทั้งไฟล์วิดีโอและออดิโอ แต่โปรแกรมบางตัวก็สามารถทำได้แค่อย่างเดียว ตัวอย่างโปรแกรม เช่น Windows Media Player, Winamp, Real Player, CyberLink PowerDVD, GOM Player เป็นต้น
  • โปรแกรมกราฟฟิค (Graphic Program) ใช้แก้ไขไฟล์กราฟฟิค โปรแกรมบางตัวก็สนับสนุนไฟล์แอนิเมชั่น ตัวอย่างโปรแกรม เช่น CorelDRAW, Xara X, ACD Canvas, Ulead PhotoImpact, Photoscape, Adobe Photoshop ใช้ตกแต่งรูป, Adobe Illustrator ใช้ออกแบบหรือสร้างภาพกราฟฟิค, Adobe Indesign ใช้ออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ นิตยสาร, Adobe Flash ใช้สร้างงานแอนิเมชั่น เป็นต้น
  • โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ (Video Editing) ใช้แก้ไขวิดีโอ มีความสามารถในการ import/export วิดีโอ, ตัดและวางคลิปวิดีโอ, ใส่ effect, gen code วิดีโอ เพื่อสร้างเป็น DVD การแก้ไขวิดีโอจะต้องมีฮาร์ดแวร์อย่างการ์ดจอและคอมพิวเตอร์สเปคสูงๆ ตัวอย่างโปรแกรม เช่น Windows Movie Maker, Ulead Video Studio, Sony Vegas, Pinnacle เป็นต้น

matlabซอฟท์แวร์ด้านการวิเคราะห์ เป็นซอฟท์แวร์เฉพาะด้านที่ใช้ในการวิเคราะห์ต่างๆ เช่น การวิเคราะห์ระบบเน็ตเวิร์ก, การวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์, การวิเคราะห์ทางวิศวกรรม เป็นต้น

  • โปรแกรม MATLAB ใช้คำนวณทางด้านตัวเลขและโปรแกรมมิ่ง โดยพล็อตฟังก์ชั่น สมการและข้อมูล จากนั้นก็ใช้ User Interface แล้วก็ป้อนภาษาที่เขียนลงไป เพื่อให้โปรแกรมคำนวณเป็นอัลกอลิทึมออกมา

ซอฟท์แวร์ด้านธุรกิจ เป็นซอฟท์แวร์ทั่วไปที่ใช้ในการทำงานให้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น รองรับผู้ใช้งานทั้งบริษัท

  • Office2010Iconsโปรแกรม Microsoft Office เป็นโปรแกรมรองรับธุรกิจและผู้ใช้งานตามบ้าน ผลิตโดยบริษัท ไมโครซอฟท์ ในชุดโปรแกรม Microsoft Office นั้นประกอบด้วย โปรแกรม Microsoft Word ใช้สำหรับพิมพ์เอกสาร จดหมาย, Microsoft Excel โปรแกรม Spread Sheet ที่ช่วยสร้างตาราง สูตรคำนวณหาผลลัพธ์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยกราฟ, Microsoft Outlook โปรแกรมรับ-ส่งอีเมลในองค์กรและอินเตอร์เน็ต, Microsoft Powerpoint โปรแกรมสร้าง Presentation นำเสนอผลงานต่างๆ Microsoft Access ใช้สร้างฐานข้อมูล เก็บข้อมูลพนักงาน หรือ stock สินค้า

ซอฟท์แวร์ยูทิลิตี้ เป็นซอฟท์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยจัดการและปรับแต่งฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ ปรับแต่งระบบปฏิบัติการและแอพพลิเคชั่นต่างๆ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของคอมพิวเตอร์ให้ดียิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น

  • โปรแกรม Winzip ใช้ย่อและแตกไฟล์ เพื่อให้การรับ-ส่งไฟล์ข้อมูลมีขนาดเล็กลง
  • โปรแกรม Adobe Reader ใช้อ่านไฟล์เอกสารในรูปแบบ PDF

Credit : http://www.comneer.com/?p=472

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน เมษายน 21, 2012 in คอมพิวเตอร์

 

ป้ายกำกับ: , ,